| โลหะมีค่าในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ |
| |
| นานมาแล้วที่โลหะมีค่าเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ เพราะนอกจาก |
| จะมีความสวยงามแล้วยังเป็นสัญลักษณ์ของความมีเสน่ห์ จากปริมาณ |
| ที่มีอยู่น้อยจึงทำให้โลหะกลุ่มนี้มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง |
| ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ โลหะมีค่าที่นิยมใช้ในกลุ่มนี้มี 3 ชนิด คือ |
| ทอง เงิน และ แพลตินั่ม ซึ่งจุดเด่นของโลหะทั้งสามชนิดนี้ คือ มีความเหนียว |
| สามารถตีเป็นแผ่นบางและดัดโค้งเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ โลหะมีค่ามีลักษณะดังนี้ |
| |
| 1. ทองบริสุทธิ์มีสีเหลือง และแวววาว ความบริสุทธิ์ของทองจะขึ้นกับปริมาณ |
| ธาตุผสมมีหน่วยเป็นกะรัต โดย 1 กะรัตมีค่าประมาณ 4.17 เปอร์เซ็นต์ของโลหะ |
| ผสมทั้งหมด เท่ากับว่า ทองบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ คือ ทอง 24 กะรัต หรือ |
| ทอง 24K นั่นเอง โดยทั่วไปเครื่องประดับที่ทำจากทองจะไม่ใช้ทองบริสุทธิ์ |
| เนื่องจากขาดความแข็งแรง จึงมีการเติมธาตุผสม เช่น ทองแดง นิกเกิล ลงไป |
| สามารถแบ่งชนิดของทองตามสีที่มองเห็นได้ 4 ชนิด คือ ทองชมพู |
| มีส่วนผสมของทองแดงต่อทองบริสุทธิ์เท่ากับ 1 : 3 ส่วนทองขาวที่ผู้คนจำนวนมาก |
| มักเข้าใจผิดว่า คือ แพลตินั่ม แต่แท้จริงแล้วทองชนิดนี้จะมีเงิน นิกเกิล สังกะสี หรือ |
| แพลตินั่มเป็นธาตุผสม ทองเขียว มีทองแดงและเงินเป็นธาตุผสม |
| และชนิดสุดท้าย คือ ทองน้ำเงิน มีเหล็กเป็นธาตุผสม |
| |
| 2. เงินบริสุทธิ์มีสีขาว เป็นมันเงา และมีความอ่อนตัวสูง แต่ผลิตภัณฑ์เงินยังมี |
| มูลค่าและได้รับความนิยมน้อยกว่าทอง เนื่องจากเกิดความหมองได้เร็วกว่าทอง |
| โดยเฉพาะในบรรยากาศที่มีซัลเฟอร์หรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ โดยทั่วไป |
| เครื่องประดับที่ทำจากเงินหรือเงินสเตอร์ลิงจะมีส่วนผสมของเนื้อเงิน |
| อย่างน้อย 92.5 % อีก 7.5 % เป็นสารเจือซึ่งมักใช้โลหะทองแดงเป็นธาตุผสม |
| เพื่อเพิ่มสมบัติทางกล |
| |
| 3. แพลตินั่ม มีสีขาวและเป็นโลหะที่หายากที่สุดในบรรดาโลหะมีค่า กล่าวกันว่า |
| ปริมาณแร่ 10 ตัน จะพบแพลตินั่มเพียง 1 ออนซ์ แหล่งผู้ผลิตที่สำคัญ คือ |
| ประเทศแอฟริกาใต้และรัสเซีย สมบัติเด่นของแพลตินั่ม คือ ต้านทานความหมองได้ดี |
| ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนังของผู้สวมใส่ และมีความทนทานมากกว่าทอง |
| นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในรูปบริสุทธิ์ได้ แต่ในบางครั้งก็มีการผสมธาตุอินเดียม หรือ |
| รูทริเรียม เพื่อเพิ่มความแข็งแรง |
| |
| การดูแลเครื่องประดับที่ทำจากโลหะมีค่า |
| ควรเก็บรักษาในกล่องผ้าโดยไม่ให้สัมผัสกับโลหะอื่นเพื่อป้องกันการขีดข่วน |
| และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมี สำหรับเครื่องประดับที่ทำจากเงินต้องเก็บในที่เย็น แห้ง |
| ไม่ให้สัมผัสกับอากาศเพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น และหลีกเลียงการใช้งานในที่ที่มี |
| แสงไฟหรือแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ซึ่งการเก็บรักษาและดูแลอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ |
| เครื่องประดับของท่านมีความคงทนและสวยงามอยู่เสมอ |